ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์เทศบาลตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
ร้องเรียน ร้องทุกข์

คู่มือประชาชน

facebook

ศูนย์ดำรงธรมม

ข่าวสารอาเซียน

เช็คอีเมล

ข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา



สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 1/02/2560
วันนี้
19
เมื่อวานนี้
35
เดือนนี้
570
เดือนที่แล้ว
1,049
ปีนี้
10,083
ปีที่แล้ว
0
ทั้งหมด
10,083
ไอพี ของคุณ
54.91.171.137


อำนาจหน้าที่กองคลัง

นางจิราภรณ์ สมทัศน์
ผู้อำนวยการกองคลัง


นางอรวรรณ ขุนนันท์
นักวิชาการจัดเก็บรายได้


นางเบญจมาศ มังคล
นักวิชาการคลัง


นางสาวนุชจรีพันธุ์ คงจิตงาม
นักวิชาการเงินและบัญชี


นางกรรณิการ์ อยู่อินทร์
นักวิชาการพัสดุ


นางสาวสร้อยสุดา ฟองเลา
คนงานทั่วไป


อำนาจหน้าที่ กองคลัง

บทบาทหน้าที่ของกองคลัง 

2. กองคลัง
    มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานการจ่าย  การรับ การนำส่งเงิน การเก็บรักษาเงิน และเอกสารทางการเงิน การตรวจสอบใบสำคัญ ฎีกา งานเกี่ยวกับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน  เงินบำเหน็จ บำนาญ เงินอื่นๆ งานเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณ ฐานะทางการเงิน การจัดสรรเงินต่างๆ การจัดทำบัญชีทุกประเภท ทะเบียนคุมเงินรายได้ และรายจ่ายต่างๆ การควบคุมการเบิกจ่าย  งานทำงบทดลอง ประจำเดือน ประจำปี งานเกี่ยวกับการพัสดุของเทศบาล และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมาย  โดยมีการแบ่งส่วนราชการในกองคลัง ดังนี้
    2.1 ฝ่ายบริหารงานคลัง
    มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการควบคุม  ดูแลการปฏิบัติงานในหน้าที่ ของงานการเงิน งานบัญชี งานทะเบียนทรัพย์และพัสดุ  งานพัฒนาและจัดเก็บรายได้ โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบภายในงาน ดังนี้
    2.1.1 งานการเงิน
    มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานการจ่าย  การรับ การนำส่งเงิน การเก็บรักษาเงิน และเอกสารทางการเงิน  การตรวจสอบใบสำคัญ  ฎีกา งานเกี่ยวกับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน เงินบำเหน็จ บำนาญ เงินอื่นๆ งานเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณ ฐานะทางการเงิน การจัดสรรเงินต่างๆ การจัดทำบัญชีทุกประเภท ทะเบียนคุมเงินรายได้และรายจ่ายต่างๆ การควบคุม การเบิกจ่าย  การจัดทำรายงานทางการเงินประจำเดือน  ประจำปี และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย
    2.1.2 งานบัญชี
    มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานการตรวจสอบหลักฐาน  ใบสำคัญคู่จ่าย เงินลงบัญชี ทำรายงานการบัญชี รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการขอจัดตั้งงบประมาณ รายรับรายจ่ายประจำปี จัดทำบัญชีเงินสดประจำวัน  บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีแยกประเภท ตรวจสอบใบสำคัญหมวดรายจ่าย เก็บรักษาใบสำคัญ   ทำรายงานการเงินเป็นประจำเดือนประจำปี ควบคุมการเบิกจ่ายงบประมาณ ตรวจทานการตั้งฎีกาเบิกจ่าย  ทำบัญชีและทะเบียนคุมการใช้จ่ายเงินทั่วไป  และนอกงบประมาณ ควบคุมการทำบัญชีทุกประเภท ทำหนังสือโต้ตอบเกี่ยวกับการบัญชีทุกประเภท และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย
    2.1.3 งานพัสดุและทะเบียนทรัพย์สิน
    มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการพัสดุของเทศบาลให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น  เช่น  การจัดซื้อจัดจ้าง  การจัดทำทะเบียนทรัพย์สินทะเบียนครุภัณฑ์ บัญชีพัสดุ และเครื่องหมายเลขประจำทรัพย์สิน  การควบคุมการรับ – การจ่าย ใบเสร็จรับเงินทุกชนิด และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย
    2.2.4 งานพัฒนาและจัดเก็บรายได้
    มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดทำประกาศให้มายื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สินเพื่อชำระภาษี  งานตรวจสอบและจัดทำบัญชีผู้ที่อยู่ในเกณฑ์เสียภาษีในปีงบประมาณจัดเก็บจากทะเบียนชำระภาษี  (ผ.ท.๕) งานรับและตรวจสอบแบบแสดงรายการทรัพย์สิน หรือแนบคำร้องของผู้เสียภาษี  ค่าธรรมเนียม และรายได้อื่นๆ  งานพิจารณาการประเมินและกำหนดค่าภาษี    ค่าธรรมเนียมในเบื้องต้นเพื่อนำเสนอพนักงานเจ้าหน้าที่ งานแจ้งผลการประเมินค่าภาษีแก่ผู้เสียภาษี  งานจัดเก็บและรับชำระรายได้จากประเภทต่างๆ งานลงรายการเกี่ยวกับโรงเรือนและที่ดิน  ภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีป้าย  ในทะเบียนคุมผู้ชำระภาษี  (ผ.ท. ๕)  ของผู้เสียภาษีแต่ละรายเป็นประจำทุกวัน  งานเก็บรักษาและการนำส่งเงินประจำวัน  งานเก็บรักษาและเบิกจ่าย ใบเสร็จรับเงินต่างๆ แบบพิมพ์ต่างๆ งานเก็บรักษาเอกสารและหลักฐานการเสียภาษี  ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่น งานพัฒนารายได้ และงานเร่งรัดรายได้ งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ภาษีโรงเรือนและที่ดิน

โรงเรือนและที่ดิน หมายถึงอะไร?
           พระราชบัญญัติ ภาษีโรงเรียนและที่ดิน พ.ศ.๒๔๗๕
โรงเรือน หมายถึง บ้าน ตึกแถว อาคาร ร้านค้า สำนักงาน บริษัท ธนาคาร โรงแรม โรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล โรงเรือน แฟลต หรืออพาร์ทเม้นท์ คอนโดมิเนียม หอพัก สิ่งปลูกสร้าง เช่นท่าเรือ สะพาน อ่างเก็บน้ำ ถังเก็บน้ำมัน คานเรือ

เจ้าของโรงเรือนมีหน้าที่อะไรบ้าง?
            เจ้าของโรงเรือนมีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน โดยเสียเป็นรายปี

ภาษีโรงเรือนและที่ดินคืออะไร?
           ภาษีโรงเรือนและที่ดิน หมายถึง ภาษีที่จัดเก็บจากโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ

ทรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้น
             ๑. พระราชวังอันเป็นส่วนของแผ่นดิน
            ๒. ทรัพย์สินของรัฐบาล ซึ่งใช้ในกิจการของรัฐบาล หรือสาธารณะ และทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ใช้ในกิจการของการรถไฟโดยตรง
             ๓. ทรัพย์สินของโรงพยาบาลสาธารณะ และโรงเรียนสาธารณะ ซึ่งกระทำกิจการอันมิใช้เพื่อผลกำไรส่วนบุคคล และใช้ในการักษาพยาบาล และในการศึกษา
             ๔. ทรัพย์สินซึ่งเป็นศาสนสมบัติอันใช้เฉพาะในศาสนกิจอย่างเดียง หรือเป็นที่อยู่ของสงฆ์
             ๕. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ซึ่งปิดไว้ตลอดปี
             ๖. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของการเคหะแห่งชาติที่ผู้เช่าซื้ออาศัยอยู่เอง โดยมิให้เช้าเป็นที่เก็บสินค้า หรือประกอบการอุตสาหกรรม หรือประกอบกิจการอันเพื่อหารายได้
             ๗. โรงเรียนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เอง หรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา และซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้า หรือประกอบการอุตสาหกรรม

ยื่นแบบแสดงรายการ เมื่อไหร่?
          ตามพระราชบัญญัติ ภาษีโรงเรียนและที่ดิน พ.ศ.๒๔๗๕  กำหนดไว้ว่าให้ยื่นแบบภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี
อัตราภาษี
    ร้อยละ  12.5  ของค่ารายปี 

ขั้นตอนการชำระภาษี
          ๑. เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้รับมอบอำนาจยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สิน (ภ.ร.ด.๒) ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
          ๒. ต้องชำระภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน ถ้าหากชำระเกินกำหนด ต้องเสียเงินเพิ่ม 

อัตราโทษและค่าปรับ
    1. ผู้ใดละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการมีความผิดโทษปรับไม่เกิน 200 บาท และเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ไม่เกิน 10 ปี
    2. ผู้ใดยื่นแบบแสดงรายการไม่ถูกต้องตามความจริง หรือไม่บริบูรณ์มีความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกิน  6  เดือนหรือปรับไม่เกิน  500  บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ และเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ไม่เกิน  5  ปี
    3. ถ้าชำระค่าภาษีเกินกำหนด  30  วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมินให้เสียเงินเพิ่ม ดังนี้
        -    ไม่เกิน 1 เดือน เสียเงินเพิ่มร้อยละ 2.5%  ของค่าภาษี
        -    เกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน  2  เดือน  เสียเงินเพิ่มร้อยละ 5%  ของค่าภาษี
        -    เกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน  3  เดือน  เสียเงินเพิ่มร้อยละ 7.5%  ของค่าภาษี
        -    เกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน  4  เดือน  เสียเงินเพิ่มร้อยละ 10%  ของค่าภาษี
        -    เกิน 4 เดือน ขึ้นไปให้ยึดอายัดหรือขายทอดตลาดทรัพย์สิน โดยมิต้องขอให้ศาลสั่ง
หรือออกหมายยึด

ข้อควรรู้
        ๑. หากเจ้าของทรัพย์สิน อันได้แก่โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ และที่ดิน เป็นเจ้าของเดียวกัน เจ้าของทรัพย์สินนั้น ก็เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี
        ๒. แต่ถ้าที่ดิน และโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ เป็นคนละเจ้าของ กฎหมายกำหนดให้เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ต้องเป็นผู้เสียภาษี


ภาษีป้าย
 
ภาษีป้าย เป็นภาษีที่จัดเก็บป้าย อันหมายถึงแสดงชื่อ  ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้า หรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้หรือ โฆษณาการค้า หรือกิจการอื่น  เพื่อหารายได้  ไม่ว่าจะได้แสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใดๆ ด้วยอักษรภาพ  หรือเครื่องหมายที่เขียนแกะสลักจารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่นๆ

การยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี
1.    ผู้เป็นเจ้าของป้ายจะต้องยื่นแบบ ภ.ป. ๑ ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคมของทุกปี
2.    กรณีที่ติดตั้งป้ายใหม่  จะต้องยื่น ภ.ป. ๑ ภายใน ๑๕ วันนับตั้งแต่วันที่ติดตั้งใหม่

การชำระเงินค่าภาษี
ผู้เป็นเจ้าของป้ายต้องชำระค่าภาษีภายใน ๑๕ วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน 

อัตราค่าภาษีป้าย
1.    ป้ายประเภทที่ ๑ หมายถึง ป้ายที่มีอักษรไทยล้วนให้คิดอัตรา ๓ บาท ต่อ ๕๐๐ ตารางเซนติเมตร
2.    ป้ายประเภทที่ ๒ หมายถึง ป้ายที่มีอักษรไทยปนอักษรต่างประเทศ หรือปนกับภาพหรือ
เครื่องหมายอื่น  ให้คิดอัตรา ๒๐ บาท ต่อ ๕๐๐ ตารางเซนติเมตร
3.    ป้ายประเภทที่ ๓ หมายถึง ป้ายที่ไม่มีอักษรไทยไม่ว่าจะมีภาพหรือเครื่องหมายใดๆ หรือไม่หรือ
ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ใต้ หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ ให้คิดอัตรา ๔๐ บาท ต่อ ตารางเซนติเมตร
เมื่อคำนวณพื้นที่ของป้ายแล้วถ้ามีอัตราภาษีต่ำกว่าป้ายละ ๒๐๐ บาท ให้เสียภาษีป้ายละ ๒๐๐ บาท

การไม่ยื่นแบบและชำระภาษีภายในกำหนด
1.    ผู้เป็นเจ้าของป้ายรายใดไม่ยื่นแบบภายในกำหนด จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๑๐ ของค่าภาษี
2.    ผู้เป็นเจ้าของป้ายรายใดไม่ชำระค่าภาษีภายในกำหนด จะต้องเสียเงินเพิ่ม อีกร้อยละ  ๒  ของ 
ค่าภาษี
3.    ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องแสดงหลักฐานการเสียภาษีป้ายไว้ ณ ที่เปิดเผยในสถานที่ประกอบ
การค้าหรือประกอบกิจการ